แนะนำ รีสอร์ทนครนายก ที่น่าประทับใจ

รายชื่อ รีสอร์ทนครนายก โรงแรมนครนายก ท่องเที่ยวนครนายก

ท่องเที่ยวอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

อำเภอองครักษ์


ศาลเจ้าพ่อองครักษ์

ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายกในเขตตำบลทรายมูล มี เรื่องเล่าว่าเมื่่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรี โดยเสด็จฯผ่านมาตามแม่น้ำนครนายกและได้มาประทับแรมศาลเจ้าพ่อองครักษ์ ในปัจจุบัน ระหว่างประทับแรมนายทหารราชองครักษ์ ป่วยและเสียชีวิตลง เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ราชองครักษ์์ ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ภายหลังจึงเรียกว่า”ศาลเจ้าพ่อองครักษ์”และใช้เป็นชื่ออำเภอองครักษ์ในเวลาต่อมบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวนไหลเชี่ยวมากทางราชการถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษกในคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน


ศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ

ตลอดแนวคลอง15อำเภอองครักษ์เป็นแหล่งเพาะพันธุ์พืช ทั้งไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิดที่เพาะชำ ทาบกิ่ง ติดตาล้อมราก ทั้งขนาดเล็กและใหญ่จัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศ และต่างประเทศ

ในอดีตชาวบ้านย่านคลอง 15 อำเภอองครักษ์ ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลักและได้พัฒนาปรับเปลี่ยนท้องทุ่งให้เป็นแปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และขยับขยายพื้นที่ปลูกจนปัจจุบันพื้นที่สองริมฝั่งถนนคลอง 15 หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด และสร้างอาชีพใหม่ให้กับชาวบ้านจนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ที่น่าพอใจให้กับเกษตรกรคลอง 15 อากาศหนาวเย็น ไม้ดอกผลิดอก ไม้ใบผลิใบ สีสันละลานตา เบ่งบานตลอดเส้นทางที่ยาวกว่า 8 กิโลเมตร หมู่บ้านไม้ดอกฯเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวตาม โครงการ Unseen Thailand ในมุมมองใหม่วิถีชีวิตประเพณีและวัฒนธรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เส้นทางแห่งความสุข
ของจังหวัดนครนายก ที่ทุกคนต้องแวะ ก่อนเดินทางกลับ หรือก่อนจะเดินทางไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ

ท่องเที่ยวอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

อำเภอเมือง


อุทยานพระพิฆเณศ พระพิฆเณศปางประทานพร ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เลขที่ 24/4 หมู่ที่ 11 ถ.นครนายก-น้ำตกสาริกา (สี่แยกประชาเกษม)
ต.สาริกา อ.เมือง จากตัวเมืองนครนายกไปทางถนนสาริกา-นางรอง ถึงสี่แยกประชาเกษม เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกลานรัก ประมาณ 200 เมตร อุทยาน พระพิฆเณศตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ ภายในบริเวณอุทยาน สักการะองค์พระพิฆเณศ และอาคารพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมองค์พระพิฆเณศจำนวน 108 ปาง ที่สมบูรณ์อีกแห่งของเมืองไทย


เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดกับประชาชนชาวนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง


ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
เป็นศูนย์ที่จัดแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนา ตลอดระยะเวลา 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิชัยพัฒนา


ศาลหลักเมือง

ศาลหลักมืองเดิมเป็นเสาหลักยาวประมาณ 1 เมตรเศษปลายเสา แกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่าต่อมาประมาณ พ.ศ. 2453ทางราชการเห็นว่าศาลหลักเมือง เดิมชำรุดมากจึง ได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำ จังหวัด คือ โรงเรียนศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ ริมแม่น้ำนครนายก ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข เพื่อความสง่างาม และเป็นมงคลคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครนายกจนทุกวันนี้


หลวงพ่อเศียรนคร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม (วัดต่ำ)
ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม ( วัดต่ำ ) ตำบลนครนายก อำเภอเมืองนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าเป็น พระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ.2495 ณ บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัด นครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายกโดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายกพิทยา ( ปัจจุบันยุบไปแล้ว ) ต่อมาได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดบุญ นาครักขิตาราม ต่อมาในปีพ.ศ.2511 นางผล รอดอุไรมีศรัทธาสร้างองค์พระและอุโบสถถวายจึงได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า“ หลวงพ่อเศียรนคร ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้น


วัดใหญ่ทักขิณาราม
หลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก เรียกว่า บ้านใหญ่ลาวและได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. 2323 เรียกวัดใหญ่ลาว ในปี พ.ศ. 2484 วัดใหญ่ลาวถูกเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณารามสิ่งสำคัญในวัดใหญ่ทักขิณา ราม คือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง 6ทเมตร ยาว 10.15 เมตร สูง 10 เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบสร้างโดยฝีมือช่างชาวเวียงจันทน์ลักษณะของพระอุโบสถแบบ เครื่องไม้มุงกระเบื้องก่ออิฐถือปูนบานประตูเป็นไม้แกะสลัก กรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ยืนถือกระบองชูขึ้นและเท้าบั้นเอวหน้าบันเป็นไม้ แกะสลักรูปเทพพนมกำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปตะวันออกมีทหารสวม หมวกถือกระบองแต่งกายแบบยุโรปเป็นทวารบาลประตูละ2คนด้านนอกกำแพงแก้วด้านทิศ ตะวันตกมีเจดีย์ย่อมุม ไม้สิบสองแบบทรงเครื่องลักษณะเจดีย์ย่อมุม


พระแก้วมรกตองค์จำลองใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารบนยอดเขา ณ วัดคีรีวัน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี อยู่บนถนนสายนครนายก – ท่าด่านอำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร พระแก้วองค์จำลองนี้มีเนื้อเป็นเรซิ่น ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว หนัก 1 ตัน และมีเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7 กะรัตพลอยแท้2,000กว่าเม็ดและทับทิมอีกนับไม่ถ้วน


อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 อยู่ที่วัดพราหมณี

อยู่ที่วัดพราหมณี ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ตรง กม .5 ถนนไปน้ำตกสาริกา–นางรองจัดสร้างโดยสมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 เมื่อปี พ . ศ .2535เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณ ของบรรดาทหารซึ่งสังกัดในอดีตกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,920 นาย ซึ่งสูญเสียชีวิตในระหว่างสงคราม เอเชียบูรพา เมื่อปี พ.ศ.24822488โดยทำการนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีสวนสัตว์จำลอง ทำจากปูนปั้นมากมายเช่น ช้าง โค กระบือ กระทิงเก้ง กวางและยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่(หลวงพ่อปากแดง)ที่ชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาสมัย เวียงจันทน์แตก ขณะนี้ได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้

แหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร หรือเมืองดงละคร
แต่เดิมเรียกกันว่า“ เมืองลับแล ” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยขอมมีอำนาจ มีแนวกำแพงเป็นเนินดินและคูเมืองปรากฏอยู่ ชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง ”

พุทธสถานจีเต็กลิ้ม เลขที่ 111   ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ เทพเจ้าแห่ง โชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี้ย) ปางมหาเศรษฐีซัมภล (ปางมหาราช) ซึ่่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือและเชื่อว่าเมื่อมานมัสการ จะก่อให้เกิดโชคลาภ ปัจจุบัน รูปเทพเจ้าแห่งโชค ลาภได้แกะสลักจาก หยกเขียว ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหยกเขียวเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภร่ำรวย และนมัสการพระไภสัชคุรุพุทธเจ้า องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีรูปเทพเจ้าตามลัทธิจีนหลายองค์ อาทิ พระโพธิสัตว์ กวนอิม สูง 9 เมตร พระอวโลกิเตศวรพันกร พระ ศรีอริยเมตตรัยเทพเจ้ากวนอู นาจา เป็นต้น


พระพุทธฉาย
ตั้งอยู่ที่เขาชะโงกในบริเวณโรงเรียนนายร้อย จปร. ตำบลพรหมณี อำเภอเมืองนครนายก เป็นภาพเขียนติดอยู่กับ ชะโงกผาบนภูเขาเตี้ย ๆ พระพุทธฉายนี้ประวัติเดิมไม่เคยปรากฏเล่าต่อกันมาว่าสภาพเดิมเป็นภาพพระพุทธรูปราง ๆ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2485 กรมแผนที่ทหารบกได้เข้าไป ตั้งโรงงานหินอ่อน ที่เชิงเขานี้และ ได้เขียนตามรอยพระพุทธรูปเดิมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นราษฎรบริเวณนั้นับถือว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกทุกกลาง เดือน 3 จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี

รอยพระพุทธบาทจำลองวัดเขานางบวช

อยู่ในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตรเขานางบวชสูงประมาณ 100 เมตรมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป 227 ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2401 แรม 8 ค่ำเดือน 12 ปีระกาจะมีงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน 5 ของทุกปี


ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน
ตั้งอยู่บนชะง่อนหินเขาชะโงกตำบลพรหมณี อำเภอเมือง นครนายก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมากตามประวัติท่าน เป็นนายด่านเมืองนครนายกสมัยกรุงศรีอยุธยา วีรกรรมของท่านคือ การต่อต้านเขมรที่แปรพักตร์เมื่อปี พ.ศ.2130 ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะที่ไทยติดพันศึกกับพม่าเขมรได้เข้ามารุกรานและกวาดต้อนผู้คนแถบปราจีนบุรีเพื่อนำกลับเขมร โดยได้ยึดเมืองปราจีนบุรี และเมือง
นครนายก ขุนด่านได้รวบรวมคนที่ เมือง นครนายกไปตั้งหลัก ที่เขาชะโงกแล้วยกกำลังเข้าขับไล่เขมร ออกจากนครนายก จนเขมรแตกพ่ายไปความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า พ่อขุนด่านยังมีเรื่องเล่าอีกว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นนำกำลังพลไปตั้งหลักที่เขาชะโงกและได้รื้อศาลเจ้าพ่อขุนด่านเจ้าพ่อขุนด่านได้ทรงแสดงอภินิหารทำให้ทหารญี่ปุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก


โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
มีสิ่งน่าสนใจ คือ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน พระพุทธฉาย อาคารพิพิธภัณฑ์ รร . จปร . 100 ปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เยี่ยมชม และร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวและการกีฬาในรูปแบบต่าง ๆ

น้ำตกสาริกา

เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายกห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตรแล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 3050 อีก 3 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้นผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำ มีน้ำมากในฤดู ฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการห้องอาบน้ำและห้องสุขาแยกชาย-หญิง มีร้านอาหาร มีร้านขายของที่ระลึกหากขับรถไปเองจะมีป้ายบอกทางตลอด

การเข้าน้ำตกสาริกาจะต้องเสียค่าบำรุงผู้ใหญ่คนละ 40 บาท/คน เด็กคนละ 20 บาท/คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่คนละ 400 บาท/คน
เด็กคนละ 200 บาท/คน

ถ้ำสาริกา
ตั้งอยู่ใกล้กล้เคียงกับน้ำตกสาริกาเป็นสถานที่ที่อาจารย์มั่น ภูริทตฺโตเคยมาบำเพ็ญศาสนธรรมระหว่างปี พ.ศ. 2460-2463 สภาพบริเวณเป็นเชิงเขาภายในบริเวณประกอบด้วยกุฏิสงฆ์ เรือนบูชาหลวงปู่มั่น พร้อมด้วยโบสถ์ซึ่งอยู่ตอนสุดทางเดินเท้าขึ้นเขา

น้ำตกนางรอง
เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนักบริเวณด้านล่างของน้ำตกมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาบริการ เสียค่าบำรุง รถยนต์โดยสาร ( ไม่รวมบุคคล ) 200 บาท รถยนต์เล็ก (ไม่รวมบุคคล ) 50 บาท รถตู้ ( ไม่รวมบุคคล ) 100 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 10 บาท

อุทยานวังตะไคร้
เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้รถยนต์วิ่งเข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับและประเภทค้างแรม

น้ำตกลานรัก
เดิมชื่อว่า น้ำตกตาดหินกอง ตั้งอยู่ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง นครนายกเส้นทางไป น้ำตกสาริกา-นางรอง โดยแยกด้านซ้ายที่สี่แยกประชาเกษม
ตรงหลักกิโลเมตรที่ 8 เข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงบริเวณน้ำตกเกิดจากสายธารเล็กๆ ไหลผ่านลานหินช่วงสุดท้ายไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านลาดหินกว้างเลียบเชิงเขาเตี้ย ๆ สวยงามแปลกตาจากน้ำตกอื่น ๆ มีน้ำเฉพาะฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มีจุดชมวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ อันได้แก่จุดชมวิว กม. ที่ 30 ( จากปากช่อง ) จุดชมวิวเขาเขียว ( ผาตรอมใจ) และจุดชมวิว กม. ที่ 9 บนทางขึ้นเขาเขียวส่วนน้ำตกที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมเพราะทางเข้าสะดวก ได้แก่ น้ำตกเหวนรก น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกเหวไทร


อ่างเก็บน้ำทรายทอง
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ภูมิประเทศอ่างเก็บน้ำเป็นภูเขา มีความสวยงามคงความเป็นธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีน้ำตกชื่อน้ำตกทรายทอง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่มีน้ำเกือบตลอดปี การ เดิน ทางไปยังน้ำตก ทรายทองต้องเดิน เท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวเขื่อนอ่าง เก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที


อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ
อยู่ที่ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก แยกซ้ายมือจากถนนไปน้ำตกสาริกา – นางรอง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก แต่มีผิวน้ำกว้าง มีน้ำตลอดปี มีถนนดินรอบอ่าง ภูมิประเทศรอบอ่างเก็บน้ำ มีความสวยงามตามธรรมชาติ ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ของประชาชนทั่วไป

“นครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ”

จังหวัดนครนายก เป็นจังหวัดในภาคกลาง ตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 14 องศาเหนือ และลองจิจูดที่ 101 องศาตะวันออก มีระยะทาง การเดินทางจากกรุงเทพมหานครตามถนนรังสิต-นครนายก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305) ผ่านอำเภอองครักษ์ถึงจังหวัดนครนายก ระยะทาง 105 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 2,122 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 1,326,250 ไร่

เมืองนครนายก มีอำเภออยู่เพียง ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอำเภอบ้านนา อำเภอปากพลี และอำเภอองค์รักษ์ และมีคำขวัญ ที่กินใจ นักท่องเที่ยว คือ “ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ” จึง เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่จะมีนักท่องเที่ยว แวะมาเยี่ยมเยือน ท่องเที่ยว ด้วยการเกินทางที่สะดวกไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ

สภาพโดยทั่วไป เป็นที่ราบ ทางตอนเหนือและตะวันออกเป็นภูเขาสูงชันในเขตอำเภอบ้านนา อำเภอเมือง-นครนายกและอำเภอปากพลี ส่วนหนึ่งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับอีก 3 จังหวัด ได้แก่สระบุรีนครราชสีมาและปราจีนบุรี ซึ่งมีเทือกเขาติดต่อกับเทือกเขาดงพญาเย็น มียอดเขาสูงที่สุด ของจังหวัดคือ ยอดเขาเขียวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล1,351เมตร ส่วนทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบ อันกว้างใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของ ที่ราบสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่เรียกว่า“ที่ราบกรุงเทพ”
ลักษณะดินเป็นดินปนทรายและดินเหนียวเหมาะแก่การ ทำนา ทำสวนผลไม้ และการอยู่อาศัย

จังหวัดนครนายกตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทยห่างจากกรุงเทพฯ107กม.
มีเนื้อที่ประมาณ2,122ตร.กม.หรือประมาณ1,326,250ไร่มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดปราจีนบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดปทุมธานี

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก เช่น เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ, อุทยานวังตะไคร้ เป็นต้น นอกจากนี้คนที่มาเที่ยวในจังหวัดนครนายก ยังสามารถแวะซื้อ ของฝาก ประจำจังหวัด และเที่ยวชม งานเทศกาล ต่างๆของจังหวัดนครนายกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ
อำเภอปากพลี      ๙  กิโลเมตร
อำเภอบ้านนา   ๑๗  กิโลเมตร
อำเภอองครักษ์ ๓๒  กิโลเมตร

สันนิษฐานว่า เป็นเมืองมาตั้งแต่สมัยทวาราวดี หลักฐานที่ยังเหลืออยู่คือ แนวกำแพงเนินดินและสันคู อยู่ที่ตำบลดงละคร อำเภอเมือง นครนายกอยู่ในที่ราบของหุบเขา ติดต่อกับป่าดงพระยาเย็น ภูเขาสำคัญของเมืองคือ เขาใหญ่ เขาเขียว เขาชะโงก และเขานางรอง เป็นต้น ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกหลายแห่ง ที่สำคัญคือ น้ำตกสาริกา และนางรอง น้ำตกเหวนรก

จังหวัดนครนายก เดิมชื่อว่า “บ้านนา“ เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏเป็นที่ดอน   ทำนาหรือเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลและมีไข้ป่าชุกชุม ผู้คนจึงอพยพไปอยู่ที่อื่นจนกลายเป็นเมืองร้าง  ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือนร้อนของชาวเมืองจึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกภาษีนาเพื่อจูงใจชาวเมืองให้อยู่ที่เดิมทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่ม มากขึ้น จนเป็นชุมชนใหญ่และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่า “เมืองนายก”

กิจกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัด นครนายก

การท่องเที่ยวแบบผจญภัย เช่น ล่องแก่ง, ขี่จักรยาน, ท่องไพร, ดูนก เป็นต้น  หรือ การท่องเที่ยวแบบทำบุญไปเที่ยวไป เพราะจังหวัดนครนายกนี้มีแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นวัดวาอารามและโบราณสถานอยู่มากมาย เช่น อุทยานพระพิฆเณศ, แหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เป็นต้น อีกทั้งยังมีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นที่นิยมมากในขณะนี้

สถานที่พักในจังหวัดนครนายกมีทั้ง แบบ รีสอร์ทนครนายก , โรงแรม, ค่าย, บ้านพักบังกะโล หรือการตั้งแคมป์ มีให้เลือกหลากหลายแบบตามความชอบและไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพัก ซึ่ง ที่พัก รีสอร์ทนครนายก นี้ก็มีอยู่มากมายตามอำเภอทั้งสี่ของจังหวัดนครนายก โดยประมาณดังนี้